bad
161729551822
From a book การเดินทางของปรัชญาตะวันตก By นรินทร์ โอฬารกิจอนันต์
โสกราตีส เป็นผู้ที่ปลุกให้ชาวเอเธนล์ลุกขึ้นมาพยายามตอบคำถามพื้นฐานของชีวิตให้ได้เสียก่อนว่า ความดีหรือชีวิตที่ดีนั้นคืออะไร? เพราะเขาเห็นว่าหากเรายังไม่สามารถตอบคําถามนี้ได้ ทุกสิ่งที่เราพยายามทําไปในชีวิตก็อาจสูญเปล่าทั้งหมด เพราะสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันเพราะเข้าใจว่าเป็นความดีนั้นเเท้จริงแล้ว อาจไม่ใช่ความดีเลยก็ได้ แต่เกิดจากความไม่รู้หรือความเข้าใจผิดของเราว่าสิ่งเหล่านั้นคือความดี
โสกราตีสจึงเห็นว่า ความรู้ (หรือปัญญา) นั้นเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด เเละสําคัญยิ่งกว่าความดีด้วย เพราะถ้าเรายังไม่รู้เลยว่า ความดีคืออะไร (หรือเข้าใจผิด) แล้วเราจะทําความดีอย่างไร สิ่งสําคัญที่สุดของขีวิตมนุษย์หรือสิ่งที่ควรเป็นเป้าหมายของการมีขีวิตอยู่ของมนุษย์ตามความเห็นของโสกราตีสจึงได้เเก่ การแสวงหาความรู้ (หรือปัญญา) นั่นเอง
ในทางตรงข้าม โสกราตีสเห็นว่า ผู้ที่เข้าถึงปัญญาได้แล้วก็จะทำแต่ความดีเอง ซึ่งแนวคิดนี้อาจเป็นแนวคิดที่ฟังดูแปลกอยู่สักหน่อยสำหรับคนทั่วไปเพราะคนทั่วไปมักรู้สึกว่า คนที่มีปัญญารู้ว่าความดีคืออะไร แต่ก็ยังทำชั่วเพราะความโลภ โกรธ หลง ก็น่าจะมีอยู่ แต่ที่จริงแลัว คําว่ามีปัญญาในที่นี้ โสกราตีสไม่ใด้หมายถึง แค่มีความรู้เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการกระทํานั้นๆ เท่านั้น แต่โสกราตีสหมายถึงการมีความรู้ทั้งหมด เข้าใจหรือเข้าถึงความจริงแท้ของโลกทั้งหมดเเล้วเท่านั้น บุคคลที่มีปัญญาถึงระดับนี้จะทำแต่ความดีเสมอเพราะมองไม่เห็นประโยชน์ใดๆ ที่จะทำความชั่ว เเละการที่คนทั่วไปยังทำความชั่วอยู่นั้น โสกราตีสเห็นว่าล้วนมีสาเหตุมาจากความไม่รู้ทั้งสิ้น คือยังไม่ได้เข้าถึงความจริงทั้งหมด ความชั่วจึงมีสาเหตุที่เเท้จริงมาจากความไม่รู้ เฉกเช่นเดียวกับความดีที่มีต้นเหตุมาจากความรู้นั้นเอง
ที่แปลกยิ่งกว่านั้นสำหรับคนทั่วไปด้วยก็คือ แม้โสกราตีสจะเห็นว่า คนที่เข้าถึงความรู้ทั้งหมดแล้วเท่านั้นที่จะทําความดีอย่างสมบูรณ์ เเต่โสกราตีสเองกลับเชื่อว่า ไม่ว่าคนเราจะพยายามแสวงหาความรู้มากแค่ไหน สุดท้ายเเล้วเราก็จะไม่มีวันเข้าถึงความรู้ที่เเท้จริง หรือความรู้ทั้งหมดได้อยู่ดี เนื่องจากมนุษย์มีข้อจำกัดทั้งทางกายภาพเเละสติปัญญาที่จะเข้าถึงความรู้ที่แท้จริงได้
เเต่ถึงกระนั้น โสกราตีสก็ยังเห็นว่า คนเราก็ยังต้องแสวงหาความรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่ดี เปรียบเสมือนการที่คนเราไม่อาจป้องกันตัวเองให้รอดพันจากโรคภัยไข้เจ็บได้ทั้งหมด ไม่ว่าเราจะพยายามรักษาสุขภาพเเค่ไหน เเต่ถึงกระนั้นคนเราก็ยังต้องพยายามดูแลรักษาสุขภาพใหัดีที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่ดี เราจึงมีหน้าที่เเสวงหาความรู้ให้มากที่สุด และเวลาที่เราทำชั่วนั้น เราไม่ได้ผิดเพราะว่า เราไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นความชั่ว (ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด) แต่เราจะผิดเพราะว่าเราไม่ได้ใชัความพยายามอย่างมากพอ ที่จะแสวงหาความรู้ เพื่อหลีกเลี่ยงความชั่วเหล่านั้นให้ได้มากที่สุดต่างหาก จะเห็นได้ว่า โสกราตีส เห็นความสําคัญของการแสวงหาความรู้ของคนเรา
ในการพิจารณาคดีครั้งสุดท้าย โสกราตีสกล่าวต่อคณะลูกขุนว่า “ชีวิตที่ไม่ได้ตรวจสอบนั้นไม่มีค่าพอที่จะมีขีวิตอยู่” ซึ่งหมายความว่า เขายินดีจะตายเสียดีกว่าที่จะหยุดตั้งคำถามใดๆ เพียงเพื่อให้ได้มีขีวิตอยู่รอดหายใจต่อไปวันๆ เท่านั้น ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเขาให้ความสำคัญกับการแสวงหาความรู้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
เเละในคืนก่อนที่โสกราตีสจะถูกนำตัวไปประหารขีวิตนั้น คริโต้ เพื่อนสนิทของเขาได้ลักลอบให้สินบนแก่ผู้คุมนักโทษเพื่อให้ปล่อยตัวเขา แต่โสกราตีสกลับปฏิเสธที่จะหลบหนี ทำให้คริโต้ถึงกับตำหนิโสกราตีสว่า ทอดทิ้งลูกน้อยของตนเองให้ต้องกําพร้าพ่อแต่ถึงกระนั้นโสกราตีสก็ยังยืนยันว่า ตนเองจะไม่หนีอยู่ดี และทำให้เขาถูกประหารขีวิตในวันรุ่งขึ้น
ถือกันว่า การยอมตายของโสกราตีสนั้น เป็นวีรกรรมอย่างหนึ่ง เพราะเป็นการพิสูจน์ว่า เขาเห็นความสำคัญของการ แสวงหาปัญญาว่าเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่คําพูดลอยๆ
148076529867
Now as a man is like this or like that,
according as he acts and according as he behaves, so will he be;
a man of good acts will become good, a man of bad acts, bad;
he becomes pure by pure deeds, bad by bad deeds;
And here they say that a person consists of desires,
and as is his desire, so is his will;
and as is his will, so is his deed;
and whatever deed he does, that he will reap.
128652259092
Karma
Karma (Sanskrit: कर्म; IPA: [ˈkərmə]; Pali: kamma) means action, work or deed; it also refers to the spiritual principle of cause and effect where intent and actions of an individual (cause) influence the future of that individual (effect). Good intent and good deed contribute to good karma and future happiness, while bad intent and bad deed contribute to bad karma and future suffering. Karma is closely associated with the idea of rebirth in some schools of Asian religions. In these schools, karma in the present affects one’s future in the current life, as well as the nature and quality of future lives – or, one’s saṃsāra.
With origins in ancient India, it is a key concept in Hinduism, Buddhism, Jainism, Sikhism, and Taoism.
122729751577
Dhammapada Verses 54 & 55: Against The Wind by Yuttadhammo Bhikkhu
118383712721
and everything under the sun is in tune, but the sun is eclipsed by the moon.
“I don’t see it as a riddle. The album uses the sun and the moon as
symbols; the light and the dark; the good and the bad; the life force as
opposed to the death force. I think it’s a very simple statement saying
that all the good things life can offer are there for us to grasp, but
that the influence of some dark force in our natures prevents us from
seizing them. The song addresses the listener and says that if you, the
listener, are affected by that force, and if that force is a worry to
you, well I feel exactly the same too. The line ‘I’ll see you on the
dark side of the moon’ is me speaking to the listener, saying, ‘I know
you have these bad feelings and impulses because I do too, and one of the ways I can make direct contact with you is to share with you the fact that I feel bad sometimes.”—Roger Waters
114111131187
Steve Jobs’ 2005 Stanford Commencement Address