Buddhism
128652259092
Karma
Karma (Sanskrit: कर्म; IPA: [ˈkərmə]; Pali: kamma) means action, work or deed; it also refers to the spiritual principle of cause and effect where intent and actions of an individual (cause) influence the future of that individual (effect). Good intent and good deed contribute to good karma and future happiness, while bad intent and bad deed contribute to bad karma and future suffering. Karma is closely associated with the idea of rebirth in some schools of Asian religions. In these schools, karma in the present affects one’s future in the current life, as well as the nature and quality of future lives – or, one’s saṃsāra.
With origins in ancient India, it is a key concept in Hinduism, Buddhism, Jainism, Sikhism, and Taoism.
128547723037
คิดวิเคราะห์ ตัดสินใจสำหรับผู้นำ (The Power of Perception) by Dr. Edward de Bono
มุมมองการรับรู้ (Perception) คืออะไร
Perception เป็นการแปลความหมายของสิ่งที่เราเห็นหรือรู้ คนแต่ละคนเห็นสิ่งเดียวกันแต่แปลความหมายของสิ่งที่เห็นไปคนละอย่างกัน ก็จะคิดและสรุปสิ่งที่เห็นในทางที่แตกต่างกัน คนสองคนเห็นเหตุการณ์เดียวกัน แต่แปลความหมายต่างกัน คิดต่างกัน ตัวอย่างเช่น
สมมุติว่า นาย ก. เห็นหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งตะโกนร้องขอความช่วยเหลือมาตามถนน แล้วเขาก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งถือไม้วิ่งตามด้านหลังผู้หญิง
เมื่อนาย ก. เห็นเหตุการณ์นี้ด้วย นาย ก. ก็ตีความและรับรู้ด้วยมุมมองที่เห็นนี้ว่า ผู้ชายคนนั้นกำลังวิ่งไล่ตีหญิงสาวคนนั้น และผู้หญิงพยายามวิ่งหนีผู้ชาย
นี่เป็นขั้นตอนของ การรับรู้ (Perception)
เมื่อรับรู้ว่าเป็นเช่นนั้น นาย ก. ก็คิดว่าจะช่วยผู้หญิงโดยขัดขวางผู้ชายอย่างไรดี จะใช้ไม้ขว้าง หรือ เข้าไปโจมตีผู้ชาย นี่เป็นขั้นตอนของการคิด (Thinking)
หลังจากคิดแล้วนาย ก. ก็ตัดสินใจว่าจะใช้ไม้ใหญ่ๆ ขว้างใส่ผู้ชายเพื่อหยุดเขาจากการวิ่งทำร้ายผู้หญิง นี่เป็นขั้นตอนของการตัดสินใจ (Decision)
เมื่อตัดสินใจเรียบร้อยแล้วเขาก็จะเริ่มลงมือหาไม้ใหญ่ๆ และเตรียมขว้างผู้ชายคนนั้น นี่เป็นขั้นตอนของการลงมือทำ (Taking action)
แต่ยังมีผู้เห็นเหตุการณ์นั้นอีกคน คือ นาย ข. นาย ข. ยืนอยู่จุดทีมองเห็นได้กว้างกว่าคือ เขาเห็นทั้งผู้หญิงที่ร้องให้ช่วย เห็นผู้ชายที่ถือไม้วิ่งตามมา
และยังเห็นว่ามีสุนัขตัวใหญ่ท่าทางดุดันวิ่งแยกเขี้ยวขาวไล่ตามผู้ชายและผู้หญิงนั้นมา นาย ข. เห็นเหตุการณ์นี้แล้วรับรู้ (Perception)
ว่าผู้ชายและผู้หญิงกำลังวิ่งหนีสุนัขตัวนั้น นี่เป็นขั้นตอนที่ 1
เมื่อรับรู้ว่าเป็นเช่นนั้น นาย ข. ก็คิดว่าจะช่วยผู้หญิงและผู้ชายโดยขัดขวางสุนัขอย่างไรดี จะใช้ไม้ขว้าง หรือ โยนถังน้ำใหญ่ๆใส่ นี่เป็นขั้นตอนที่ 2 คือการคิด (Thinking)
หลังจากคิดแล้วนาย ข. ก็ตัดสินใจว่าจะใช้ทั้งไม้ใหญ่ๆ และถังน้ำขว้างใส่สุนัขเพื่อให้วิ่งไล่ผู้หญิงกับผู้ชายอีก นี่เป็นขั้นตอนที่ 3 คือการตัดสินใจ (Decision)
เมื่อตัดสินใจเรียบร้อยแล้วเขาก็จะเริ่มลงมือหาไม้ใหญ่ๆ และถังน้ำเตรียมขว้างสุนัข นี่เป็นขั้นตอนที่ 4 คือ การลงมือทำ (Taking
action)
ดังนั้น ดร. เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “Perception is more
important than thinking.” คือ การรับรู้ สำคัญมากกว่าการคิด เพราะเป็นจุดตั้งต้นของการคิด
ถ้า Perception ผิด เช่นกรณีของนาย ก. ก็จะมีผลต่อเนื่องทำให้การคิดผิดไปด้วย การตัดสินใจผิดไปด้วย และ การลงมือก็ผิดพลาดไปด้วย
ถ้า Perception ถูกต้องเช่นกรณีของนาย ข. ก็จะมีผลต่อเนื่องทำให้การคิดถูกต้องไปด้วย การตัดสินใจถูกต้องไปด้วย และการลงมือทำก็ถูกต้องเหมาะสมไปด้วย
จากผลการวิจัย พบว่า 90% ของความผิดพลาดทั้งหลายมาจากจุดเริ่มต้นที่ผิด คือ Perception ผิด เพราะเมื่อเริ่มผิดก็จะคิดวิเคราะห์ไปในทางที่ผิดทิศทางอย่างไม่รู้ตัว
127459413402
หลวงพ่อชาและหลวงพ่อสุเมโธ เผยแผ่พุทธศาสนาที่อังกฤษปี 2520
126895105162
What Happens After You Die? | by Ajahn Brahm
126280491272
Dealing With Difficult People | by Ajahn Brahm
125944346427
Introduction to The Optimized Brain, with Steven Kotler
125827978402
IMS Engage 2014: David Lynch In Conversation With Moby