quotes

2310 items found

150719798687

Promise me you’ll always remember: You’re braver than you believe, and stronger than you seem, and smarter than you think.

— A. A. Milne

150667808657

Dreams are necessary to life.

— Anais Nin

150649902496

Institutions – government, churches, industries, and the like – have properly no other function than to contribute to human freedom; and in so far as they fail, on the whole, to perform this function, they are wrong and need reconstruction.

— Charles Horton Cooley 

150628347152

อย่าลืมใช้ตัวเราเป็นกระจกส่องดูตัวเองบ้าง

ในแต่ละวันใช้ตัวเราเป็นกระจกสะท้อนคนโน้นคนนี้อยู่ตลอดเวลาแต่เรามักที่จะลืมทำตัวเราให้เป็นกระจกสะท้อนตัวเราเอง

เรามักจะทำตัวเป็นกระจกสะท้อนบุคคลอื่นอยู่ตลอดเวลา จากการสนทนาพูดคุยกับบุคคลนั้น หรือแม้กระทั่งการสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ที่บุคคลนั้นแสดงออกมา…

การมีโอกาสได้สนทนาพูดคุยกับบุคคลต่างๆ ทำให้เราสามารถมองเห็นความเป็นตัวตนของบุคคลคนนั้นได้สำหรับบางคนเราแค่ใช้ เวลาพูดคุยกับเขาเพียงไม่นาน เราก็จะสามารถเห็นและรู้จักตัวตนของเขาได้…

เรายังมักจะสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ของบุคคลอื่น เพื่อที่จะสะท้อนให้เห็นตัวตนของเขา ผ่านการกระทำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การนั่ง วิธีการทำงาน แม้กระทั่งการเลือกซื้อของต่างๆ ของเขา…

ในแต่ละวันเราใช้ตัวเราเป็นกระจกสะท้อนคนโน้นคนนี้อยู่ตลอดเวลา แต่เรามักที่จะลืมทำตัวเราให้เป็นกระจกสะท้อนตัวเราเองบ้าง ผมว่าเรารู้จักคนอื่นๆ มามากพอแล้ว เราลองหันมาสะท้อนตัวเราบ้างดีมั้ย เพื่อว่าเราจะได้รู้จักตัวเราเองมากขึ้นครับ…

วันนี้ผมนำทฤษฎีกระจกส่องตน (The Looking – Glass Self) ของ Charles Horton Cooley มาฝากครับ…

ทฤษฎีเขากล่าวไว้ว่า การพัฒนาตน (Self) มีอยู่ 3 ขั้นตอน คือ…

ขั้นที่ 1 การเห็นพฤติกรรมของตนเองที่เกิดขึ้นกับผู้อื่น (Perceive)
ขั้นที่ 2 วิจารณ์พฤติกรรมของตน (Judgment)
ขั้นที่ 3 ประเมินค่าพฤติกรรมของตน (Evaluate)

มาทำตัวเราเป็นกระจกสะท้อนตัวเรากันดีกว่าครับ เป็นการพัฒนาตัวเราเองด้วย สะท้อนตัวเราแล้ววิจารณ์ตัวเราเอง ดีกว่าใช้เวลาในแต่วันวิจารณ์คนอื่นโดยไม่เคยดูตัวเองเลย…

โดย Mr.Direct

150488875312

Choose rather to be strong of soul than strong of body.

— Pythagoras

150415312754

150258271452

พระพุทธองค์ทรงสอนพวกเราว่า

1. ไม่ว่าเราได้พบเจอใคร เขาเหล่านั้นคือคนที่เราจะต้องได้พบเจอ ไม่มีใครเข้ามาในชีวิตเราด้วยเหตุบังเอิญ

2. ไม่ว่าจะเกิดเรื่องราวใดๆขึ้น
ในชีวิตเรา มันเป็นเรื่องที่จะต้องเกิด ไม่ว่าเรื่องนั้นจะดีหรือร้าย
ไม่มีเรื่องใดที่บังเอิญ เพราะเราก็เคยทำอย่างนี้กับเขามาก่อนเมื่ออดีตชาติ

3. เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น เกิดเมื่อไหร่ ที่ไหน เวลาใด
นั่นคือเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรที่ไม่ควรเกิด เพราะมันต้องเกิด
ต่อให้คุณเตรียมตัวหรือไม่ได้เตรียมตัว เมื่อปัจจัยถึงพร้อม
สิ่งเหล่านั้นก็จะเกิดขึ้นในทันที

4. เมื่อปัจจัยจบ ต้องยอมรับว่าจบ
อย่าเหนี่ยวรั้ง อย่าเอาแต่อาลัยอาวรณ์
ขอให้รู้ว่าเมื่อสุดมือสอยก็ให้ปล่อยมันไป กล้าเผชิญในสิ่งที่เกิดขึ้น
เรื่องดีๆกำลังรอคุณอยู่ข้างหน้า

5. ทำความดีในปัจจุบันให้มากที่สุด
แล้วไม่ต้องสนใจว่า เราเคยทำกรรมอะไรมาบ้าง เพราะคิดไปก็เปล่าประโยชน์
เราทำอะไรกรรมเก่าไม่ได้แล้ว แต่ผู้มีปัญญาจะคิดว่า
กรรมใหม่ดีๆมีอะไรที่ยังไม่ได้ทำ และควรทำได้บ้าง แล้วจึงทำ สรุป
กรรมดีในปัจจุบันสำคัญที่สุด!