self
151324051627
Society is an interweaving and interworking of mental selves. I imagine your mind and especially what your mind thinks about my mind and what my mind thinks about what your mind thinks about my mind. I dress my mind before you and expect that you will dress yours before mine. Whoever cannot or will not perform these feats is not properly in the game.
151236951792
บันทึกนี้ว่าด้วยเรื่องความลำเอียงหรืออคติ (Bias)
วันนี้เลยนำความลำเอียงหรืออคติในรูปแบบต่าง ๆ ที่มักเกิดขึ้นในที่ทำงานมาฝากครับ…
Halo Effect เป็นการมอง
คุณลักษณะบางอย่างของคน ๆ นั้น แล้วสรุปว่าคน ๆ
นั้นจะต้องมีคุณสมบัติด้านอื่นเป็นไปในแนวทางนั้นด้วย เช่น
คนที่มาทำงานเร็วจะต้องทำงานเก่ง
หรือคนที่แต่งกายไม่เรียบร้อยจะไม่มีความรับผิดชอบ เป็นต้น…
Stereotyping
เป็นการเหมารวมว่าคนในกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ต้องมีลักษณะต่าง ๆ เหมือนกันหมด
เช่น คนที่จบจากสถาบันการศึกษานี้จะต้องเก่งทุกคน
หรือคนที่เรียนจบจากเมืองนอกจะต้องเก่งกว่าคนที่เรียนจบในเมืองไทย
เป็นต้น…
Selective Perception
เรามักจะเลือกที่จะรับรู้แค่บางสิ่งบางอย่างหรือเลือกที่จะไม่รับรู้ในบาง
สิ่งบางอย่าง เนื่องจากความสามารถในการประเมินผลของคนเรามีจำกัด
เรื่องนี้เห็นได้จากที่หัวหน้าไม่ได้ไปคลุกคลีกับการทำงานหน้างาน
นั่งประเมินผลการทำงานที่โต๊ะ ผลการประเมินจึงอาจผิดพลาดจากความเป็นจริง…
Projection
เป็นการเอาคุณสมบัติของตนเองไปประเมินเปรียบเทียบกับบุคคลอื่นและมักจะมอง
ว่าถ้าเป็นเรา เราจะทำอย่างนี้แล้วทำไมคนอื่นไม่ทำอย่างเราบ้าง ทั้ง ๆ
ที่แต่ละคนย่อมมีความแตกต่างกัน
จะให้มาทำอะไรเหมือนเราทุกอย่างย่อมเป็นไปไม่ได้ เช่น
หัวหน้ามักจะบอกกับลูกน้องว่า ถ้าผมเป็นคุณจะทำอย่างนี้
หรือถ้าผมเป็นคุณผมจะไม่ทำอย่างนั้น เป็นต้น…
Contrast Effect
เป็นเรื่องของการตัดสินหรือประเมินบุคคลโดยตัวเราขาดอิสระในการประเมิน
เรามักจะใช้บุคคลหรือสถานการณ์ที่เราคุ้นเคยหรือเพิ่งผ่านไป
มาอิทธิพลในการประเมินเสมอ ๆ
ความลำเอียงหรืออคติในลักษณะนี้เห็นได้ชัดในเรื่องของการสัมภาษณ์
เรามักจะเปรียบเทียบคนที่เรากำลังสัมภาษณ์อยู่กันคนที่เราเพิ่งสัมภาษณ์ผ่าน
ไป…
….. อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/115017
150628347152
อย่าลืมใช้ตัวเราเป็นกระจกส่องดูตัวเองบ้าง
ในแต่ละวันใช้ตัวเราเป็นกระจกสะท้อนคนโน้นคนนี้อยู่ตลอดเวลาแต่เรามักที่จะลืมทำตัวเราให้เป็นกระจกสะท้อนตัวเราเอง
เรามักจะทำตัวเป็นกระจกสะท้อนบุคคลอื่นอยู่ตลอดเวลา จากการสนทนาพูดคุยกับบุคคลนั้น หรือแม้กระทั่งการสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ที่บุคคลนั้นแสดงออกมา…
การมีโอกาสได้สนทนาพูดคุยกับบุคคลต่างๆ ทำให้เราสามารถมองเห็นความเป็นตัวตนของบุคคลคนนั้นได้สำหรับบางคนเราแค่ใช้ เวลาพูดคุยกับเขาเพียงไม่นาน เราก็จะสามารถเห็นและรู้จักตัวตนของเขาได้…
เรายังมักจะสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ของบุคคลอื่น เพื่อที่จะสะท้อนให้เห็นตัวตนของเขา ผ่านการกระทำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การนั่ง วิธีการทำงาน แม้กระทั่งการเลือกซื้อของต่างๆ ของเขา…
ในแต่ละวันเราใช้ตัวเราเป็นกระจกสะท้อนคนโน้นคนนี้อยู่ตลอดเวลา แต่เรามักที่จะลืมทำตัวเราให้เป็นกระจกสะท้อนตัวเราเองบ้าง ผมว่าเรารู้จักคนอื่นๆ มามากพอแล้ว เราลองหันมาสะท้อนตัวเราบ้างดีมั้ย เพื่อว่าเราจะได้รู้จักตัวเราเองมากขึ้นครับ…
วันนี้ผมนำทฤษฎีกระจกส่องตน (The Looking – Glass Self) ของ Charles Horton Cooley มาฝากครับ…
ทฤษฎีเขากล่าวไว้ว่า การพัฒนาตน (Self) มีอยู่ 3 ขั้นตอน คือ…
ขั้นที่ 1 การเห็นพฤติกรรมของตนเองที่เกิดขึ้นกับผู้อื่น (Perceive)
ขั้นที่ 2 วิจารณ์พฤติกรรมของตน (Judgment)
ขั้นที่ 3 ประเมินค่าพฤติกรรมของตน (Evaluate)
มาทำตัวเราเป็นกระจกสะท้อนตัวเรากันดีกว่าครับ เป็นการพัฒนาตัวเราเองด้วย สะท้อนตัวเราแล้ววิจารณ์ตัวเราเอง ดีกว่าใช้เวลาในแต่วันวิจารณ์คนอื่นโดยไม่เคยดูตัวเองเลย…
โดย Mr.Direct
148971799342
Thubten Chodron Wonderful Dhamma Talk
148262542613
David Lynch: Consciousness, Creativity and the Brain
